Home
Jim Thompson House
The Jungle Landscape
Nostalic Appeal of the Location
The James H.W. Thompson Foundation
Thai Architectural Style
Fascinating Aspects of the Thai Style House
Construction of the Thai House
Art & Antique Collection
 

ตามประวัติแล้ว สถาปัตยกรรมของวัดวาอารามและบ้านทรงไทยจะมีโครงสร้างและรายละเอียดที่มีความคล้ายกัน

 
     
 

วัดวาอารามและบ้านทรงไทยจะมีหลังคาลาดชันมีปลายงอนเชิดขึ้น สู่ท้องฟ้า ฝาเรือนทั้งสองด้านจะเอนเข้าหากันทำให้มีลักษณะสูงโปร่ง

การออกแบบและลักษณะโครงสร้างแบบนี้คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยอยู่ด้วย นั่นคือลมร้อนจะลอยขึ้นเบื้องบน การที่มีหลังคาสูงจึงทำให้อากาศในบ้านเย็นสบาย

วัดวาอารามและบ้านทรงไทยในระยะต้นๆ จะมีลักษณะร่วมกันบางประการ  
 
     
 

นอกเหนือไปจากนั้น จะมีช่องหน้าต่างประตูอยู่หลายบานเพื่อเปิดทางลม และช่วยให้อากาศหมุนเวียนโดยทั่วไปเรือนไทย จะไม่มีการทาสีฝาผนังนอกจากอาจจะมีการลงน้ำมันไว้บนไม้อยู่บ้าง

บ้านทรงไทยปรับสภาพการอยู่อาศัย ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตและ
สภาพภูมิอากาศในท้องถิ่น
ลักษณะเด่นของข้านทรงไทยคือ ความเรียบง่ายและโปร่งสบาย
 
บันไดขึ้นเรือนมีตุ๊กตาหิน
รูปสิงห์แบบจีนสองตัว
ขนาบสองข้าง.
 
     
 

ในภูมิอากาศร้อนและชื้น บ้านทรงไทยที่โปร่งสบาย มีหลังคากว้างที่มีชายคายื่นคลุมลงมาช่วยให้ตัวเรือนร่มรื่นขึ้นและกันไม่ให้ฝนสาดและแดดส่องถึง

ตัวเรือนที่ยกพื้นเป็นใต้ถุนสูงช่วยให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทและมีพื้นที่อยู่อาศัยหรือใช้งานเพิ่มขึ้นภายในเรือนจะเย็นสบาย แถมใต้ถุนสูงยังป้องกันตัวเรือนจากน้ำหลากในฤดูฝน นอกจากนั้นยังกันสัตว์ร้ายไม่ให้มากร้ำกราย

ใต้ถุนโล่งใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อาจใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นนอนเล่นในหน้าร้อน เป็นที่เก็บพืชผลในฤดูเก็บเกี่ยวหรือเป็นคอกสัตว์ก็ได้

 
 
ลักษณะการตกแต่ง

วัดและวังแบบไทยมักนิยมตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง แต่บ้านไทยแทบจะไม่มี การตกแต่งประดับนอกเหนือจากการแกะสลักลายแบบจีนที่ปรากฏอยู่ใต้บานหน้าต่างบานประตูและปลายสันหลังคาที่งอนเชิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นอิทธิพลของสถาปัตยกรรมเขมรก็ได้

ฝาแกะลายใต้บานหน้าต่าง
มีแต่บ้านของคหบดีไทยเท่านั้น
ที่ใช้การตกแต่ง
ฝีมือประณีตแบบนี้
     
 
 
  คันทวยแกะลาย คล้ายกับคันทวย แบบที่ใช้ค้ำเชิง กลอนของวัด และวังของไทย
   

ยอดหลังคาโค้งงอนทำให้ปลายกันสาดของเรือนไทยดูแปลกตาและงามระเหิดระหง ศิลปกรรมแบบนี้ได้มาจากรูปพญานาคที่ใช้ประดับประดาวัดของเขมร รูปทรงที่สร้างตามขนบนิยมแทบไม่มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปทรงดั้งเดิมแล้ว


การปลูกเรือนไทยไม่ได้ใช้ตะปูเลย

ลักษณะที่ง่ายต่อการสร้างอย่างหนึ่งของเรือนไทยคือตัวเรือนจะประกอบและรื้อถอนได้อย่างง่ายดายเรือนทั้งหลังสร้างด้วยฝาปะกนทำด้วยกระดานน้ำหนักเบาเป็นฝาเรือน แต่ละด้านที่นำมาประกอบกันขึ้นฝาที่เข้ามาประกอบเป็นตัวเรือนจะยึดเข้าไว้กับโครงตัวเรือนที่เป็นเสาไม้โดยไม่ใช้ตะปูตอก ในอดีตการ ที่บ้านทั้งหลังสามารถรื้อถอนลงและนำไปประกอบขึ้นใหม่อย่างง่ายดายเช่นนี้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านตัดสินใจจะย้ายถิ่นตามปกติวิสัย พวกเขาก็จะรื้อบ้านลงนำไปวางซ้อนเรียงไว้บนแพขนล่องไปตามลำคลองที่อยู่ใกล้ๆไปสู่ทำเลแห่งใหม่

 
     
 

ธรณีประตู

 
  ซุ้มประตูทรงโค้งประดิษฐาน
พระพุทธรูปหินทรายจาก
คริสต์ศตวรรษที่ ๑๓
ขณะที่สองข้างขนาบอยู่ด้วย
เทวรูปปูนปั้นรูปพระศิวะ
และพระอุมาซึ่งเป็น
ประติมากรรมแบบเขมร
ที่พบในประเทศไทย

กันผีและกั้นเด็ก

คนไทยเชื่อถือโชคลางและมีความเชื่อดั้งเดิมว่าธรณีประตูที่ยกสูงในเรือนไทย นั้นจะป้องกันวิญญาณร้ายไม่ให้ลอบคลานเข้ามายามดึกมารบกวนคนที่นอนหลับอยู่ในบ้าน ธรณีประตูยังมีประโยชน์ใช้สอยอีกอย่างหนึ่งด้วย

ธรณีประตูที่ยกสูงจากพื้นเป็นเหมือนกรอบที่ช่วยยึดตรึงฝาปะกนไว้กับกรอบประตู

ยิ่งไปกว่านั้น ชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในราชอาณาจักรไทยแต่ครั้งโบราณส่วนใหญ่มักเป็น ชุมชนกสิกรรมที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง ดังนั้นเพื่อกั้นไม่ให้ทารกและเด็กเล็กๆคลานเล่นจนพลัดตกน้ำไป จึงยกธรณีประตูไว้ สูงด้วย

 
     
 

คนในครอบครัวทุกคนจะนอนรวมกันอยู่ในห้องห้องเดียว บางบ้านจะใช้ฉากกั้นพื้นที่ที่เปิดโล่งไว้เป็นส่วนๆสำหรับให้สมาชิกในครอบครัวรุ่นต่างๆอยู่อาศัยเป็นสัดส่วนขึ้น

ในเรือนไทยแบบดั้งเดิมห้องต่างๆจะแยกกันเป็นหลังๆโดยมีชานเรือนเชื่อมถึงกัน และมีบันไดอยู่นอกตัวเรือน

โถงหน้าบ้านและบันได
กระเบื้องหินอ่อนตาหมากรุก
ขาวสลับดำอาจจะเป็นของ
ที่สั่งมาจาก อิตาลีก็ได้
กระเบื้องนี้ได้มาจากพระตำหนัก
สมัย คริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ในกรุงเทพฯ
     

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรือนหมู่แห่งนี้ตัวเรือนหลังใหญ่จะไม่ได้สร้างตามขนบเดิมของสถาปัตยกรรมไทย เพื่อให้พักอาศัยได้สะดวกสบายและเพื่อความสวยงามดังนั้นลักษณะของระเบียงที่เชื่อมถึงกันและในบ้านหลังนี้จะมีหลังคาปิด